วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

9 สิ่งห้ามโพสต์ลงโซเชียล รู้ไว้ก่อนจะตกเป็นเหยื่อ

ดูเหมือว่าวันนี้ ทุกคนล้วนก้มหน้าก้มตาใช้สมาร์ทโฟนราวกับเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต จะว่าไปมันก็มีประโยชน์ อยากจะถ่ายรูป ถ่ายคลิปวีดีโอ สื่อสารหากัน แบ่งปันความคิดดีๆให้สังคม อ่านข่าวารที่มีประโยชน์ แต่แน่นอนว่าย่อมมีบางคยใช้เพื่อสนองตัณหาส่วนตัวด้วย และเหล่ามิชฉาชีพก็ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางหนึ่งในการจับเหยื่อเช่นเดียวกัน

มี 9 สิ่งที่เราควรระมัดระวังก่อนจะโพสต์

1.บัตรประจำตัวประชาชน / ข้อมูลหนังสือเดินทาง หรือหนังสือแสดงตัวบุคคล
บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง หรือหนังสือแสดงตัวบุคคลอื่น (เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ สำเนาทะเบียนบ้าน) จะถูกนำไปใช้เมื่อเมื่อเราใช้บรการธุรกรรมทางการเงิน เช่น สมัครบัตรเครดิต เปิดบัญชีธนาคาร เปิดบริการบัตรเดบิต ขอสินเชื่อต่าง แม้กระทั่งเสียภาษี สมัครงาน โดยใช้ "เลขบัตรประชาชน 13 หลัก" เป็นตัวอ้างอิง แม้แต่เราใช้บริการต่าง ๆ โทรศัพท์ ศูนย์บริการทางโทรศัพท์ (call center) ต่าง ๆก็มักจะตรวจสอบตัวตนด้วยหมายเลขบัตรประจำตัวประชนชน การเผยแพร่หมายเลขบัตรประจำตัวประชนชนจึงเท่ากับเปิดช่องให้เหล่ามิชฉาชีพเอาไปแอบอ้างเป็นตัวเรา

2.ภาพถ่ายหรือข้อมูลของบุตรหลาน
การนำรูปลูกหลานมาแชร์ให้คนอื่นเชยชมความน่ารัก มันก็ช่วยสร้างบรรยากาศของความสำพันธ์อันดีต่อกันในหมูเครือญาติ เพื่อนฝูงโดยไม่ต้องมีระยะทางเป็นกำแพงกัน แต่อีกด้านหนึ่งอาจเสี่ยงที่จะมีคนร้ายจะจดจำหน้าตา หรือข้อมูลบางส่วนมาใช้ในการนำภาพไปขอรับบริจาค ขอทาน ถึงขั้นลักพาตัวหรือล่อลวงไปทำมิดีมิร้ายได้

3.ตั๋วเครื่องบิน
ตั๋วเครื่องบินต่างจากตั๋วรถยนต์โดยสารก็ตรงที่มีบาร์โค้ด (bar code) ที่มีรหัสอ้างอิงที่นำไปใช้ในการสืบหาข้อมูลส่วนตัวเราได้ทันที เช่น ชื่อนามสกุล จุดเริ่มต้นของการเดินทาง จุดหมายปลายทาง สัมภาระต่างๆ  เหล่ามิชฉาชีพสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของเรา ดังนั้น หลังการเดินทาง หากไม่มีปัญหาติดขัดแล้ว ควรทำลายเอกสารหลังการใช้งานทันที

4.เช็คอินสถานที่
หลายคนชอบอับเดทสถานะเช็คอินตลอดเวลา อยู่ไหน ไปที่ไหน ทำให้มิจฉาชีพรู้ว่าไม่อยู่บ้าน หรือกำลังจะกลับ ถือเป็นเรื่องเสี่ยงมาก เหล่าอาชญากรสมัยใหม่สามารถค้นหาตำแหน่งบ้านที่พักอาศัยของเหยื่อได้อย่างสะดวกสบาย โดยไม่จำเป็นต้องมาเฝ้าดูลาดเลาเลย (เหยื่อบอกให้ตลอดโดยไม่รู้ตัว) ข้อมูลจากเว็บไซต์ distinctivedoors.co.uk ซึ่งทำการสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับการเกิดอาชญากรรมในปัจจุบันพบว่า โจรกว่า 75% ใช้การค้นหากลุ่มเป้าหมายผ่านทางโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ โฟร์สแควร์ รวมทั้งโปรแกรมสุดไฮเทคอย่าง Google Street View ดังนั้น ยิ่งชอบโพสต์รูปทรัพย์สินมีค่าอวดเพื่อนๆในโลกโซเชียล ก็ยิ่งล่อตาล่อใจโจรได้ไม่น้อย

5.ด่าองค์กร
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนส่วนใหญ่จะเบื่อหน่ายงานที่กำลังทำอยู่ แต่กฎเหล็กที่หลายคนมักมองข้ามคือ อย่าโพสต์ข้อความเชิงลบที่แสดงความไม่พอใจต่อบริษัทตัวเอง แม้ไม่ผิดกฎหมายแต่อาจถูกไล่ออกจากงานได้

"ไม่ควรโพสต์ด่า หรือวิพากษ์วิจารณ์องค์กรเป็นอย่างยิ่ง เพราะกฎหมายไม่อนุญาต สามารถไล่ออกได้ เพราะถือเป็นการหมิ่นประมาท วิพากษ์วิจารณ์ให้เกิดความเสื่อมเสีย อีกข้อที่หลายคนอาจไม่รู้คือ คุณไม่มีสิทธิ์โพสต์ข้อมูลความลับของบริษัทตัวเอง เช่น วันหยุดของที่ทำงาน เงินเดือน โบนัส เนื่องจากโปรเจกต์ต่างๆเหล่านี้ต่างๆอาจเป็นความลับทางธุรกิจอยู่ก็ได้"

6.ข้อมูลพื้นฐานทั่วไป
ข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นเบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด และอีกมากมายสารพัด ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่ควรเปิดเผยในโลกออนไลน์ อย่าลืมว่าการขโมยอัตลักษณ์บุคคล หรือ Identity Theft ไม่ได้มีแต่ในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเท่านั้น ทว่ากำลังสร้างปัญหาในโลกแห่งความเป็นจริงด้วย

7.โจมตีผู้อื่น
การเอาเรื่องของคนอื่นมาโพทนาหรือต่อว่ากันในทีสาธารณะนั้น โพสต์ทั้งข้อความ รูปภาพ คลิปวีดีโอในลักษณะการบิดเบือนข้อมูล ตัดต่อภาพ คอนเมนต์จนเกินขอบเขต สนุกบนความทุกข์ของคนอื่น ทำให้ผู้อื่นเสียหาย เหล่านี้ล้วนเข้าข่ายการหมิ่นประมาทต่อบุคคลอื่น
และเข้าข่ายการกระทำความผิดทางอาญาฐานหมิ่นประมาทและมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีเเละปรับไม่เกิน 1 เเสนบาท

8.อย่าดราม่า
การโพสต์ระบายอารมณ์ ระบายความในใจเล็กๆน้อยๆ อาจทำลายมิตรภาพลงได้ในพริบตา (เพราะมันจะแพร่ไปในโลกโซเชียลถึงคนอื่นเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง) หากไม่รู้จักใช้สติ ใช้อารมณ์ชั่ววูบ ไม่ทันยั้งคิด  เรามักจะโพสต์ด่าลอยๆ หรือเป็นบุคคลนิรนาม แต่เราอาจมีเพื่อนเยอะมากและกำลังคิดว่าคุณด่าเขาหรือเปล่า จนอาจเกิดการวิตกจริตคิดไปเองทำให้นำไปสู่ความหวาดระแวง กระทบกับความสัมพันธ์ได้

9.ภาพวาบหวิวอนาจาร
การโพสต์ข้อมูลส่วนตัวจำพวกภาพถ่ายของตัวเองในลักษณะที่ไม่เหมาะสม เช่น ภาพโป๊เปลือย อนาจาร
อาจส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานได้ เช่น ตำรวจสาวจีนถูกปลด “หลังถ่ายรูปเซลฟี่หวิว” ในชุดเครื่องแบบตำรวจ หรือ พนักงานธนาคารแห่งหนึ่งถูกลงโทษเพราะโพสต์รูปตนเองในลักษณะวาบหวิว และหากยิ่งถ่ายในลักษณะวาบหวิวเซ็กซี่มากเกินไป อาจโดนพวกโรคจิตตามรังควาน ถึงขั้นหมายปองจะข่มขืนได้




แหล่งข้อมูล
http://www.thaihealth.or.th/Content/29834-9 สิ่งห้ามโพสต์ลงโซเชียล รู้ไว้ไม่ตกเป็นเหยื่อ.html


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น